กฎการใช้ คอมมา (comma) ข้อที่ 1 – เชื่อมสองประโยคเข้าด้วยกัน

ปัญหาที่เราได้ยินคนพูดกันบ่อยๆในการเขียนภาษาอังกฤษอย่างหนึ่งคือการใช้ คอมมา (comma) ให้ถูกต้อง ปัญหาเหล่านี้อาจจะเกิดจากกฏของการใช้คอมมาซึ่งมีอยู่หลายข้อด้วยกัน และบางทีกฏเหล่านี้ก็ค่อนข้างยืดหยุ่นตามแต่ละสถานการณ์ ในหลายกรณีนักเขียนหลายท่านเลือกที่จะไม่ใช้คอมมาในประโยคที่ควรใช้เพื่อให้ง่ายต่อการอ่านและความสวยงานของรูปประโยค ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่สับสนเกี่ยวการใช้คอมมา บทความของเราฉบับนี้และในฉบับต่อๆไปเกี่ยวกับกฎการใช้คอมมา จะช่วยให้คุณเข้าใจหลักของการใช้คอมมาเป็นอย่างดี ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาทักษะในการเขียนภาษาอังกฤษของคุณให้ดีขึ้น

 

          คำศัพท์สำคัญของบทความ:

  • Independent clause หรือ “อนุประโยคอิสระ” คือประโยคที่มีความหมายสมบูรณ์แบบในตัวของมันเอง วิธีสังเกตุก็คือประโยคที่มีทั้ง Subject + Verb ตัวอย่างเช่น “I want to finish my dissertation early.” ประโยคนี้ถือว่าเป็นอนุประโยคอิสระ เพราะเป็นมีทั้ง Subject = “I” + Verb = “finish” และสามารถสื่อความหมายสมบูรณ์แบบได้ในตัวเอง
  • Coordinating conjunction หรือ “คำสันธานเชื่อมประโยค” มีหน้าที่ไว้เชื่อมสองประโยคเข้าด้วยกัน ตัวอย่างเช่น For, And, Nor, But, Or, Yet และ So — เคล็ดลับในการจำก็คือ “FANBOYS”
  • Comma หรือ เครื่องหมายจุลภาค ( , ) คือหนึ่งในเครื่องหมายวรรคตอน (punctuation)โดยปรกติมีหน้าที่ทำให้ความหมายของประโยคชัดเจนมากขึ้นโดยการจัดกลุ่มหรือแยกอนุประโยคอิสระออกจากกัน หรือแยกคำนามสองหรือสามคำออกจากกัน เพื่อให้รูปประโยคสามารถอ่านได้ง่ายขึ้นและดูสวยขึ้น

 

           กฎการใช้คอมมา :

ในกฏข้อที่หนึ่งนี้ คอมมามีไว้เชื่อมอนุประโยคอิสระสองประโยคเข้าด้วยกัน โดยเราจะใช้คอมมาก่อนคำสันธานเชื่อมประโยค

 

          ตัวอย่างการใช้ คอมมาในการเชื่อมอนุประโยคอิสระ :

การที่จะใช้ “คอมมา” เชื่อมสองประโยคเข้าด้วยกันต้องมีการใช้คำสันธานเข้ามาช่วยด้วย เช่น

  • I want to finish my dissertation, so I quickly begin my reading.
  • I’d like to go to gym, but I’m feeling sick.
  • I bought a new iPad for my friend, and I hope she likes it.

 

          สิ่งที่ควรจำ :

  • ควรจะเลือกใช้คำสันธานให้ถูกต้องและเหมาะสมในการเชื่อมสองประโยคเข้าด้วยกัน
  • จำไว้ว่าบางครั้ง คำสันธานเชื่อมประโยคเหล่านี้ก็ไม่ได้เอาไว้ใช้เชื่อมประโยค แต่จะทำหน้าที่เป็นคำกริยาวิเศษณ์ หรือคำขยายกริยา (adverb) ตัวอย่างเช่น I have “so” many essays for my PhD’s course.

 

          ใครยังมีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับกฎการใช้คอมมาข้อที่หนึ่งนี้ โพสต์มา เมลมา หรือ Facebook มาถามกันได้เลยนะคะ ครั้งหน้าเราจะมาคุยกันต่อในกฎข้อที่ 2  ของการใช้คอมมานะค่ะ : “การใช้คอมมาในประโยคที่มีนามซ้อนนาม (Appositive)” : Ex. Dissertation, a lengthy research project, is a final project for every Master’s student.