ขอต้อนรับเข้าสู่ Finestdissertation.com

ขอต้อนรับเข้าสู่ Finestdissertation.com

          Finestdissertation.com ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มนักเรียนไทยที่จบการศึกษาจากต่างประเทศ  ทั้งอังกฤษ  อเมริกา และออสเตรเลีย  โดยมีจุดหมายมุ่งหมายที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขจัดปัญหา ความไม่เข้าใจ และอุปสรรคต่างๆ ที่นักเรียน นักศึกษาทั้งไทยและต่างประเทศ ต้องประสบในวัยเรียน หรือในชีวิตมหาวิทยาลัย  อาทิเช่น ปัญหาในการเขียนวิทยานิพนธ์ หรือทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งปัญหาหลักๆนั้น เกิดขึ้นจาก   ความไม่เข้าใจในกระบวนการและการวางโครงสร้าง ของการเขียนวิทยานิพนธ์ (Dissertation structure) – การตั้งคำถามของงานวิจัย (Research question) หรือสมมุติฐาน (Hypothesis formulation) ที่ไม่เหมาะสม คือไม่เชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ของงานวิทยานิพนธ์ (Research objective)  –  การเลือกเครื่องมือ (Analytical tool) ที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้การวิเคราะห์ผลผิดพลาด การอธิบายผลจากโปรแกรม  SPSS ที่ไม่ถูกต้อง รวมไปถึงการเชื่อมโยงงานวิจัยเก่าๆให้เข้ากับผลของการเก็บข้อมูล (Discussion section)

          ซึ่งจากประสบการณ์ของทางทีมงาน  Finestdissertation.com พบว่าปัญหาเหล่านี้  เป็นปัญหาหลักๆของนักเรียนไทยทั้งในและต่างประเทศ  และเป็นปัญหาหลักๆที่ทำให้งานวิทยานิพนธ์ออกมาไม่สมบูรณ์  ตัวอย่างเช่น  วิทยานิพนธ์มีเนื้อหาและแนวทางที่ไม่ชัดเจน อ่านแล้วงง   ผลที่ได้ไม่ตอบวัตถุประสงค์ของงานวิจัย  หาบทสรุปของงานได้ยาก  ซึ่งอาจทำให้งานล่าช้ากว่ากำหนด หรือได้คะแนนไม่ดี  ทั้งนี้ด้วยประสบการณ์การเขียนงานวิทยานิพนธ์  และการทำงานโครงการวิจัยทั้งไทยและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น แบบ Harvard style, Chicago style หรือ APA style  จึงทำให้ทางทีมงานมั่นใจว่าเราสามารถให้บริการรับทำวิทยานิพนธ์และ รับแก้ไขวิทยานิพนธ์ที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานแก่ลูกค้าทุกท่าน 

 

Contact Us


กฏการใช้คอมมาข้อที่ 1 : เชื่อมอนุประโยคอิสระสองประโยคเข้าด้วยกัน

          กฎการใช้ คอมมา (comma) ข้อที่ 1 – เชื่อมสองประโยคเข้าด้วยกัน

ปัญหาที่เราได้ยินคนพูดกันบ่อยๆในการเขียนภาษาอังกฤษอย่างหนึ่งคือการใช้ คอมมา (comma) ให้ถูกต้อง ปัญหาเหล่านี้อาจจะเกิดจากกฏของการใช้คอมมาซึ่งมีอยู่หลายข้อด้วยกัน และบางทีกฏเหล่านี้ก็ค่อนข้างยืดหยุ่นตามแต่ละสถานการณ์ ในหลายกรณีนักเขียนหลายท่านเลือกที่จะไม่ใช้คอมมาในประโยคที่ควรใช้เพื่อให้ง่ายต่อการอ่านและความสวยงานของรูปประโยค ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่สับสนเกี่ยวการใช้คอมมา บทความของเราฉบับนี้และในฉบับต่อๆไปเกี่ยวกับกฎการใช้คอมมา จะช่วยให้คุณเข้าใจหลักของการใช้คอมมาเป็นอย่างดี ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาทักษะในการเขียนภาษาอังกฤษของคุณให้ดีขึ้น

 

          คำศัพท์สำคัญของบทความ:

  • Independent clause หรือ “อนุประโยคอิสระ” คือประโยคที่มีความหมายสมบูรณ์แบบในตัวของมันเอง วิธีสังเกตุก็คือประโยคที่มีทั้ง Subject + Verb ตัวอย่างเช่น “I want to finish my dissertation early.” ประโยคนี้ถือว่าเป็นอนุประโยคอิสระ เพราะเป็นมีทั้ง Subject = “I” + Verb = “finish” และสามารถสื่อความหมายสมบูรณ์แบบได้ในตัวเอง
  • Coordinating conjunction หรือ “คำสันธานเชื่อมประโยค” มีหน้าที่ไว้เชื่อมสองประโยคเข้าด้วยกัน ตัวอย่างเช่น For, And, Nor, But, Or, Yet และ So — เคล็ดลับในการจำก็คือ “FANBOYS”
  • Comma หรือ เครื่องหมายจุลภาค ( , ) คือหนึ่งในเครื่องหมายวรรคตอน (punctuation)โดยปรกติมีหน้าที่ทำให้ความหมายของประโยคชัดเจนมากขึ้นโดยการจัดกลุ่มหรือแยกอนุประโยคอิสระออกจากกัน หรือแยกคำนามสองหรือสามคำออกจากกัน เพื่อให้รูปประโยคสามารถอ่านได้ง่ายขึ้นและดูสวยขึ้น

 

           กฎการใช้คอมมา :

ในกฏข้อที่หนึ่งนี้ คอมมามีไว้เชื่อมอนุประโยคอิสระสองประโยคเข้าด้วยกัน โดยเราจะใช้คอมมาก่อนคำสันธานเชื่อมประโยค

 

          ตัวอย่างการใช้ คอมมาในการเชื่อมอนุประโยคอิสระ :

การที่จะใช้ “คอมมา” เชื่อมสองประโยคเข้าด้วยกันต้องมีการใช้คำสันธานเข้ามาช่วยด้วย เช่น

  • I want to finish my dissertation, so I quickly begin my reading.
  • I’d like to go to gym, but I’m feeling sick.
  • I bought a new iPad for my friend, and I hope she likes it.

 

          สิ่งที่ควรจำ :

  • ควรจะเลือกใช้คำสันธานให้ถูกต้องและเหมาะสมในการเชื่อมสองประโยคเข้าด้วยกัน
  • จำไว้ว่าบางครั้ง คำสันธานเชื่อมประโยคเหล่านี้ก็ไม่ได้เอาไว้ใช้เชื่อมประโยค แต่จะทำหน้าที่เป็นคำกริยาวิเศษณ์ หรือคำขยายกริยา (adverb) ตัวอย่างเช่น I have “so” many essays for my PhD’s course.

 

          ใครยังมีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับกฎการใช้คอมมาข้อที่หนึ่งนี้ โพสต์มา เมลมา หรือ Facebook มาถามกันได้เลยนะคะ ครั้งหน้าเราจะมาคุยกันต่อในกฎข้อที่ 2  ของการใช้คอมมานะค่ะ : “การใช้คอมมาในประโยคที่มีนามซ้อนนาม (Appositive)” : Ex. Dissertation, a lengthy research project, is a final project for every Master’s student.

Comments Off on กฏการใช้คอมมาข้อที่ 1 : เชื่อมอนุประโยคอิสระสองประโยคเข้าด้วยกัน more...

คติในการรับทำวิทยานิพนธ์ของ Finestdissertation

          Finestdissertation มีคติในการรับทำวิทยานิพนธ์หลักๆ ดังนี้ ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางให้แก่บุคคลากรของบริษัททุกคน ในการทำงานให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อความประทับใจของลูกค้า

1. ต้องรู้จริงในหัวข้อที่ทำ

ที่ Finestdissertation.com ทีมงานรับทำวิทยานิพนธ์ของเราทุกคนจะต้องมีความรู้และความเข้าใจในทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับหัวข้องานวิทยานิพนธ์ที่จะทำจริง งานวิทยานิพนธ์ งานวิจัยหรือรายงานทุกเล่มจะถูกมอบให้เฉพาะบุคคลากรในบริษัทที่มีความชำนาญและถนัดในหัวข้อนั้นๆเท่านั้น เพื่อให้งานมีคุณภาพมากที่สุด

2. จบการศึกษาจากต่างประเทศ

ทีมงานรับทำวิทยานิพนธ์ทุกคนจะต้องผ่านการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เพื่อที่จะได้นำความรู้และประสบการณ์ตรงในการทำวิทยานิพนธ์และงานวิจัยภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยในต่างประเทศมาให้คำแนะนำแก่ลูกค้าทุกท่าน เพื่อให้ผลงานออกมาได้ตามมาตรฐานที่มหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศกำหนด

3. สามารถอธิบายขั้นตอนการทำวิทยานิพนธ์ได้อย่างชัดเจน

ทีมงาน Finestdissertation ทุกคนต้องสามารถอธิบายและสรุปขั้นตอนการทำงานวิทยานิพนธ์ งานวิจัยหรือรายงานทุกเล่มได้ เพราะเราจะรับงานเฉพาะหัวข้อที่ถนัดเท่านั้น 

4. ส่งงานตรงตามกำหนด

เราตระหนักดีถึงความสำคัญในการส่งงานตรงต่อเวลา ทีมของ Finestdissertation จะมีการวางแผนงานทุกครั้งก่อนเริ่มงาน และกำหนดวันและเวลา ทำงาน/ส่งงานก่อนวันจริงที่กำหนด เพื่อให้ลูกค้าได้งานตรงตามที่วางแผนไว้ 

5. ไม่นำงานเก่ากลับมาใช้ใหม่

เราไม่มีนโยบายนำงานของลูกค้าไปขายต่อให้กับบุคคลที่สาม เราจะเก็บข้อมูลงานของลูกค้าไว้ในระบบไม่เกิน 1 เดือน หลังจากนั้นเราจะทำการลบข้อมูลออก ดังนั้นลูกค้าที่มีความประสงค์จะขอไฟล์สำรองของงานของตนเอง กรุณาแจ้งเราก่อนเวลาที่ระบุนะคะ

8. ข้อมูลลูกค้าต้องเป็นความลับ

Finestdissertation ไม่มีนโยบายขายหรือเปิดเผยข้อมูลของลูกค้าให้กับบุคคลที่สาม ข้อมูลของลูกค้าทุกท่านจะถูกเก็บเป็นความลับอย่างดีและจะถูกทำลายหลังจากงานเสร็จ 

9. ทำงานกันแบบพี่น้อง

ที่ Finestdissertation ทีมงานรับทำวิทยานิพนธ์ทำงานกันเป็นทีม บุคคากรทุกคนทำงานกันเหมือนพี่น้อง เราให้ความช่วยเหลือทีมงานของเราทุกคนให้บรรลุเป้าหมายในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงานหรือเรื่องครอบครัว

Contact Us

Here is a collection of places you can buy bitcoin online right now.


ความแตกต่างระหว่างการทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก

           เห็นมีลูกค้าบางท่านสงสัยว่างานวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทและเอกต่างกันยังไง วิทยานิพนธ์ของปริญญาโทมีจำนวนหน้าน้อยกว่าแค่นั้นหรอ” หรือ ในระดับปริญญาเอกต้องมีการหาข้อมูลอ้างอิงที่มากกว่า  ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงหลักใหญ่ๆของความแตกต่างระหว่างการทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทและปริญญาเอกกันคะ

1.        ความแตกต่างในการใช้คำ Thesis VS Dissertation

ก่อนอื่นเราจะมาพูดถึงความแตกต่างของคำว่า Thesis กับ Dissertation กันก่อน หลายท่านอาจจะเคยสงสัยว่า คำว่า Thesis กับ Dissertation ต่างกันมั้ย ที่จริงแล้ว 2 คำนี้มีความหมายที่เหมือนกันคือหมายถึงวิทยานิพนธ์หรืองานวิจัยทางวิชาการ แต่ส่วนใหญ่จะถูกเรียกใช้ต่างกันในแต่ละประเทศเช่น ที่ประเทศอังกฤษคำว่า Dissertation ส่วนใหญ่จะใช้เรียกแทนการทำวิทยานิพนธ์ทั้งในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก แต่ในแถบอเมริกาคำว่า Thesis โดยมากจะถูกใช้เรียกการทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท แต่ Dissertation จะใช้เรียกงานวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก ดังนั้นการใช้คำว่า Thesis หรือ Dissertation ในการเรียกวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท คงจะไม่ใช่เรื่องที่ผิดเพราะให้ความหมายเหมือนกันคืองานวิจัยเชิงวิชาการที่นักศึกษาทุกท่านต้องจัดทำ เพื่อเป็นการแสดงถึงความรู้และความเข้าใจของวิชานั้นๆที่ได้ศึกษาในรูปแบบรายงายวิจัย

2.        แสดงออกถึงความรู้ในทฤษฎีที่เรียนมา VS สร้างองค์ความรู้ใหม่ให้แก่วงการศึกษา

ในงานวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทโดยส่วนใหญ่ นักวิจัยจะถูกคาดหวังให้เพียงแค่แสดงออกถึงความรู้ความและเข้าใจในทฤษฎีที่เรียนมา ความสามารถในการหาข้อมูลและวิเคราห์ข้อมูลในหัวข้องานวิจัยของตนเอง เพื่อทำการสนับสนุนหรือโต้แย้งทฤษฎีหรือสมมติฐานเก่าๆ ที่นักวิจัยท่านอื่นๆได้สรุปไว้แล้ว แต่ในงานวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก นักวิจัยถูกคาดหวังให้แสดงออกถึงความสามารถในการใช้ข้อมูลและทฤษฎีต่างๆ ที่เคยมีนักวิจัยท่านอื่นๆสรุปไว้แล้ว เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างสมมติฐานใหม่ๆ ให้กับงานวิทยานิพนธ์ของตน เพื่อทำการวิเคราะห์หาเหตุผลโต้แย้ง โดยคำนึงถึงหลักสำคัญคือ งานวิจัยจะต้องเพิ่มเติมความรู้และทฤษฎีใหม่ให้แก่สาขาวิชานั้นๆ อย่างไรก็ตามด้วยหลักสูตรการเรียการสอนที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หลายมหาวิทยาลัยชั้นนำ เริ่มมีการคาดหวังให้การทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท มีการแสดงออกถึงความสามารถของผู้จัดทำวิจัยในการคิดค้นทฤษฎีและสมมุติฐานใหม่ๆจากการศึกษาข้อมูลจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับการทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก แต่มาตรฐานความละอียดของงานและความรู้เชิงลึกที่มหาวิทยาลัยคาดหวังในระดับปริญญญาโทและเอก ย่อมแตกต่างกันเป็นที่แน่นอน

3.        จำนวหน้า/คำของการทำวิทยานิพนธ์ที่แตกต่างกัน

ด้วยความคาดหวังในระดับความรู้ในการทำวิจัยที่แตกต่างกัน ทำให้จำนวหน้า/คำของงานวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาโทโดยทั่วๆไปจะน้อยกว่าการทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก ในบทความนี้ขออ้างอิงถึงจำนวนคำของงานวิจัยเป็นหลัก (ตามหลักสูตรการเรียนการสอนที่ประเทศอังกฤษ) เพื่อความไม่สับสนเพราะจำนวนคำในแต่ละหน้าของงานวิทยานิพนธ์มักจะไม่เท่ากัน (ขึ้นอยู่กับการกำหนด Line Space และ Indent ของนักวิจัย) ในประเทศอังกฤษการทำวิทยานิพนธ์ทั้งในระดับปริญญญาตรี โท และเอก จะถูกกำหนดเป็นจำนวนคำ โดยส่วนมากในระดับปริญญาตรีจำนวนคำที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดโดยทั่วๆไปจะอยู่ที่ 5,000 – 10,000 คำ ปริญญาโทจะอยู่ที่ 10,000 – 20,000 คำ ส่วนปริญญาเอกจะอยู่ที่ 50,000 – 90,000 คำ ถ้าคำนวณจากหน้าละ 300 คำ งานวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาเอกจะอยู่ที่ประมาณ 160 – 300 หน้า ซึ่งถ้าดูจากตัวเลขนี้ เราจะเห็นได้ว่างานวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาเอกจะอาจจะมากกว่าในระดับปริญญาโทได้ถึง 3 เท่า ซึ่งจะทำให้นักวิจัยต้องทำการค้นคว้าหาข้อมูลในเชิงลึก เพื่อการได้มาซึ่งข้อมูลที่ละเอียด ความเหมาะสมของขอบเขตงานวิจัย

4.        3 เดือน VS 3 ปี

ระยะเวลาในการทำวิทยานิพนธ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดเป็นอีกจุดหนึ่งที่แยกความแตกต่างระหว่างการทำวิทยานพนธ์ในระดับปริญญญาเอกและปริญญาโท จากประสบการณ์ตรงของทีมงาน Finestdissertation งานวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทโดยทั่วไปจะมีเวลาให้ประมาณ 3-5 เดือน แต่ในระดับปริญญาเอกผู้วิจัยจะมีเวลาจัดทำงานวิทยานิพนธ์นานถึง 3-5 ปี ซึ่งก็สอดคล้องกับความคาดหวังของการสร้างสรรค์ความรู้ใหม่ๆและความละเอียด ซับซ้อนของงานวิจัยตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น





  • Why choose us ?

    • “ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำวิทยานิพนธ์ภาษาอังกฤษโดยเฉพาะปริญญาเอก”

    • “เชี่ยวชาญการแก้ไขงานวิทยานิพนธ์ที่ไม่ผ่าน”

    • “รับประกันงานเขียนใหม่ทุกครั้ง”

    • “On-Time Delivering Guaranteed”
  • รับทำวิทยานิพนธ์
  • รับปรึกษาวิทยานิพนธ์

    Finestdissertation: 'The Experts in PhD Project' รับปรึกษาปัญหาการทำวิทยานิพนธ์ เฉพาะวิทยานิพนธ์ภาษาอังกฤษโดยเฉพาะระดับปริญญาเอก ตั้งแต่เริ่มทำ research proposal จนถึงการทำ published journal |รับปรึกษาปัญหาการทำวิจัยเฉพาะภาษาอังกฤษ | รับปรึกษางาน dissertation รับปรึกษางาน thesis เฉพาะภาษาอังกฤษโดยเฉพาะระดับปริญญาเอก | รับปรึกษา essay coursework & assignment รับแก้งาน essay ป.ตรี โท เอก

      เรายังมีบริการที่ครอบคลุมอีกหลายอย่าง อาธิ รับออกแบบแบบสอบถาม รับเก็บข้อมูล รับวิเคราะห์ผลด้วย SPSS STATA LISREL และ SEM model และอื่นๆ สนใจโทร 086-0327908 หรือ nutt@finestdissertation.com หรือ finestdissertation@gmail.com
  • ผลงานจากเรา

    ผลงานการเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์และแก้ไขงานวิทยานิพนธ์ที่ไม่ผ่าน ของเรานั้นได้มีการดำเนินการมากว่า 10 ปี โดยมีลูกค้าจากหลากหลายสาขาวิชา และหลายมหาลัยชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา สวีเดน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน ฮ่องกง และไต้หวัน ผลงานทุกโปรเจคของเรารับประกันได้ว่า มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานของต่างประเทศ ลูกค้าส่วนใหญ่ของเราเป็นลูกค้าประจำ บางท่านให้ความไว้วางใจใช้บริการตั้งแต่ต้นเริ่มต้นจนจบ หลายท่านแนะนำ เพื่อน พี่ น้อง มาให้เราเนื่องจากประทับใจในผลงาน สนใจปรึกษาเราก่อนได้คะที่ 086-0327908 คุณนัท หรือ nutt@finestdissertation.com หรือ finestdissertation@gmail.com

    StatPress

    Visits today: 23
    Copyright © 1996-2010 รับปรึกษาวิทยานิพนธ์ รับแก้ไข dissertation. All rights reserved.
    iDream theme by Templates Next | Powered by WordPress